คำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับแอปพลิเคชัน TREEGAL
บริษัท ที.เอ็น. ดิจิตอล โซลูชันส์ จำกัด (“บริษัท” หรือ “ผู้ให้บริการ”) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน TREEGAL (และรวมถึงชื่อ KODM.AI) (“แอปพลิเคชัน”) คำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายถึงวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การใช้แอปพลิเคชันของท่านถือว่าท่านได้รับทราบและเข้าใจคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แล้ว
1. บทนิยาม
เพื่อความชัดเจนในการตีความ คำศัพท์ที่ใช้ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้มีความหมายดังต่อไปนี้ เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
1.1 “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
1.2 “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นข้อมูลที่ต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลชีวมิติ ทั้งนี้ บริษัทไม่มีวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว เว้นแต่กฎหมายกำหนดหรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล
1.3 “เจ้าของข้อมูล” หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยผ่านแอปพลิเคชัน
1.4 “การประมวลผลข้อมูล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย จัดเก็บ บันทึก ปรับปรุง แก้ไข ลบ ทำลาย หรือกระทำการใด ๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม
1.5 “บริษัท” หรือ “ผู้ควบคุมข้อมูล” หมายถึง บริษัท ที.เอ็น. ดิจิตอล โซลูชันส์ จำกัด ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำประกาศฉบับนี้
1.6 “ผู้ประมวลผลข้อมูล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท
1.7 “แอปพลิเคชัน” หมายถึง แอปพลิเคชัน TREEGAL (และรวมถึงชื่อ KODM.AI) และบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ให้บริการผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
2. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการสมัครสมาชิก การใช้งานแอปพลิเคชัน การติดต่อสื่อสาร หรือจากการทำธุรกรรมผ่านระบบ โดยประเภทของข้อมูลที่เก็บรวบรวมอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดังต่อไปนี้
2.1 ข้อมูลบัญชีผู้ใช้
ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ชื่อผู้ใช้ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ รหัสผ่าน (ในรูปแบบเข้ารหัส) และข้อมูลอื่นที่ใช้ในการลงทะเบียนและยืนยันตัวตน
2.2 ข้อมูลการใช้งาน (Usage Data)
ได้แก่ ประวัติการค้นหา คำถามที่ป้อนเข้าสู่ระบบ AI ประวัติการใช้งานฟีเจอร์ เวลาที่ใช้งาน และพฤติกรรมการใช้งานภายในแอปพลิเคชัน
2.3 ข้อมูลอุปกรณ์และข้อมูลทางเทคนิค
ได้แก่ ประเภทอุปกรณ์ รุ่นอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เวอร์ชันแอปพลิเคชัน ที่อยู่ IP ข้อมูลเครือข่าย และข้อมูลบันทึกการเข้าใช้งาน (log data)
2.4 ข้อมูลการชำระเงิน
ได้แก่ ประเภทแพ็กเกจ วันที่สมัครสมาชิก สถานะการชำระเงิน และประวัติธุรกรรม ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้จัดเก็บหมายเลขบัตรเครดิตโดยตรง หากมีการชำระเงินผ่านผู้ให้บริการภายนอก
2.5 ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าสู่ระบบ (User Input Data)
ได้แก่ ข้อความ คำถาม หรือข้อมูลอื่นใดที่ผู้ใช้ป้อนเข้าสู่ระบบ AI เพื่อการวิเคราะห์หรือประมวลผล
2.6 ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร
ได้แก่ ข้อมูลที่ท่านให้เมื่อสอบถาม แจ้งปัญหา หรือร้องเรียนผ่านช่องทางติดต่อของบริษัท
2.7 ข้อมูลจากคุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน
ได้แก่ ข้อมูลที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อวิเคราะห์การใช้งาน ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ หรือพัฒนาการให้บริการ
2.8 ข้อมูลการแจ้งเตือน (Notification Data)
ได้แก่ ประวัติการแจ้งเตือนที่ส่งให้แก่ผู้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงสถานะการรับและอ่านการแจ้งเตือนดังกล่าว
บริษัทจะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการให้บริการ และจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือมีกฎหมายรองรับ
3. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็นและภายใต้กรอบกฎหมายที่ใช้บังคับ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
3.1 เพื่อให้บริการตามวัตถุประสงค์ของแอปพลิเคชัน
ได้แก่ การสร้างและบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้ การให้บริการสืบค้นข้อมูลกฎหมาย การประมวลผลคำถามผ่านระบบ AI การจัดเก็บประวัติการใช้งาน และการให้บริการแบบสมัครสมาชิก
3.2 เพื่อดำเนินการด้านธุรกรรมและการชำระเงิน
ได้แก่ การเรียกเก็บค่าบริการ การจัดการการสมัครสมาชิก การต่ออายุ การยกเลิก และการตรวจสอบสถานะการชำระเงิน
3.3 เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงบริการ
ได้แก่ การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน การประเมินประสิทธิภาพของระบบ การปรับปรุงคุณภาพของระบบ AI และการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่
3.4 เพื่อความปลอดภัยของระบบและการป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด
ได้แก่ การตรวจสอบความผิดปกติ การป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การป้องกันการฉ้อโกง และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
3.5 เพื่อการสื่อสารกับผู้ใช้บริการ
ได้แก่ การแจ้งเตือนเกี่ยวกับบัญชี การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย การแจ้งเตือนการชำระเงิน การตอบข้อสอบถาม หรือการส่งข้อมูลข่าวสารตามที่ผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอม
3.6 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
ได้แก่ การปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย การเก็บรักษาข้อมูลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือการเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งศาลหรือหน่วยงานรัฐ
บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่านหรือมีกฎหมายรองรับ
4. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
4.1 ฐานสัญญา (Contractual Basis)
บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการเข้าทำและปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการระหว่างท่านกับบริษัท ได้แก่ การสร้างบัญชีผู้ใช้ การให้บริการสืบค้นข้อมูลกฎหมาย การให้บริการผ่านระบบ AI และการบริหารจัดการการสมัครสมาชิก
4.2 ฐานความยินยอม (Consent)
ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การส่งข้อมูลข่าวสารหรือสื่อประชาสัมพันธ์ หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา
4.3 ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)
บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น โดยจะคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านเป็นสำคัญ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยของระบบ การป้องกันการฉ้อโกง การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพบริการ
4.4 ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation)
บริษัทอาจจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ
บริษัทจะเลือกใช้ฐานกฎหมายที่เหมาะสมกับลักษณะของการประมวลผลข้อมูลในแต่ละกรณี และจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากฐานทางกฎหมายรองรับ
5. การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นและภายใต้กรอบกฎหมายที่ใช้บังคับ ให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
5.1 ผู้ให้บริการภายนอก (Service Providers)
ได้แก่ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี (เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์) ผู้ให้บริการระบบวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยของระบบ หรือผู้ให้บริการอื่นที่สนับสนุนการดำเนินงานของแอปพลิเคชัน โดยบุคคลดังกล่าวจะประมวลผลข้อมูลภายใต้คำสั่งของบริษัทและตามข้อตกลงการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
5.2 แพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก
ได้แก่ แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับการดาวน์โหลดหรือชำระเงิน เช่น Apple App Store หรือ Google Play Store ซึ่งอาจมีการประมวลผลข้อมูลบางประเภทภายใต้ข้อกำหนดและนโยบายของแพลตฟอร์มนั้น ๆ
5.3 หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
5.4 บุคคลหรือหน่วยงานอื่นตามความยินยอมของท่าน
ในกรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
บริษัทจะไม่ขาย แลกเปลี่ยน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่านหรือมีกฎหมายรองรับ
6. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
6.1 บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องโอนหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อการให้บริการผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ระบบคลาวด์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือบริการสนับสนุนอื่นที่อาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ
6.2 ในกรณีที่มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้มั่นใจว่าประเทศปลายทางหรือผู้รับข้อมูลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การทำสัญญาคุ้มครองข้อมูล (Data Processing Agreement) หรือการใช้กลไกการคุ้มครองข้อมูลตามที่กฎหมายรองรับ
6.3 ในบางกรณี บริษัทอาจอาศัยฐานความยินยอมของท่านในการโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ หากประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด
6.4 บริษัทจะดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปอย่างปลอดภัย และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
7. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล
7.1 บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือเท่าที่จำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลแต่ละประเภทเป็นดังนี้
(ก) ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และข้อมูลการใช้งานทั่วไป จะถูกเก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่บัญชีผู้ใช้ยังคงมีอยู่
(ข) ข้อมูลการแจ้งเตือน (Notification Data) จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาเก้าสิบ (90) วันนับแต่วันที่มีการแจ้งเตือน หลังจากนั้นบริษัทจะดำเนินการลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ
(ค) ข้อมูลประเภทอื่นให้เป็นไปตามที่ระบุในข้อ 7.2 และ 7.3
7.2 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการยกเลิกการใช้บริการ ไม่ต่ออายุ หรือถูกปรับลดแพ็กเกจการใช้งาน บริษัทจะดำเนินการดังนี้
(ก) ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการสร้างหรือจัดเก็บผ่านแอปพลิเคชัน เช่น เอกสาร บันทึก ไฟล์ และเนื้อหาต่าง ๆ จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาสามสิบ (30) วันนับแต่วันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถนำข้อมูลออกจากระบบ (Export) ได้ก่อนการลบ โดยเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบอย่างถาวร (Hard Delete)
(ข) ข้อมูลที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเก็บรักษา เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ข้อมูลการทำธุรกรรม และข้อมูลการชำระเงิน จะถูกเก็บรักษาต่อไปตามระยะเวลาที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด แม้ว่าบัญชีผู้ใช้จะถูกยกเลิกหรือปรับลดแพ็กเกจแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสมก่อนการดำเนินการลบข้อมูลอย่างถาวร เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีโอกาสนำข้อมูลออกจากระบบ (Export) หรือสำรองข้อมูลที่จำเป็น
7.3 เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ (anonymization) ตามวิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัย
8. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
8.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวในกรณีที่ไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน
8.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์
8.3 สิทธิในการลบข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็น หรือมีการประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
8.4 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง หรือในกรณีที่ท่านคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
8.5 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่บริษัทมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่มีน้ำหนักมากกว่าสิทธิของท่าน
8.6 สิทธิในการถอนความยินยอม
ในกรณีที่บริษัทอาศัยความยินยอมของท่านเป็นฐานในการประมวลผล ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปก่อนแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
8.7 สิทธิในการร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ หากเห็นว่าบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะดำเนินการพิจารณาและตอบสนองต่อคำร้องขอใช้สิทธิของท่านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ
8.8 สิทธิในการขอรับและโอนข้อมูล (สิทธิในการเคลื่อนย้ายข้อมูล)
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์อัตโนมัติ และสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นได้ หากสามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
บริษัทอาจปฏิเสธคำขอในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยเหตุผลทางเทคนิค หรือกรณีที่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้
9. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
9.1 บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในด้านเทคนิคและด้านการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบหรือโดยไม่ได้รับอนุญาต
9.2 มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึง ได้แก่
(ก) การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็น
(ข) การใช้ระบบยืนยันตัวตนและการควบคุมการเข้าถึง
(ค) การเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างการส่งผ่านเครือข่าย (encryption in transit)
(ง) การจัดเก็บข้อมูลในระบบที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
(จ) การติดตาม ตรวจสอบ และบันทึกการเข้าถึงระบบ (logging and monitoring)
9.3 บริษัทกำหนดให้ผู้ให้บริการภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของบริษัท ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในระดับที่เหมาะสม และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
9.4 แม้ว่าบริษัทจะดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเหมาะสมแล้ว แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะปลอดภัยจากความเสี่ยงทุกประการ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดในกรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
10. ข้อมูลของผู้เยาว์
10.1 แอปพลิเคชัน TREEGAL มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่าสิบสาม (13) ปี และบริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลดังกล่าวโดยรู้เห็น
10.2 ในกรณีที่บริษัททราบหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่าสิบสาม (13) ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลดังกล่าวโดยเร็ว
10.3 หากท่านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองและเชื่อว่าผู้เยาว์ในความดูแลของท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในข้อ 12 เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและลบข้อมูลดังกล่าว
11. การเปลี่ยนแปลงคำประกาศความเป็นส่วนตัว
11.1 บริษัทอาจปรับปรุงหรือแก้ไขคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริการ เทคโนโลยี กฎหมาย หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
11.2 ในกรณีที่มีการแก้ไขสาระสำคัญของคำประกาศความเป็นส่วนตัว บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม เช่น การแจ้งเตือนภายในแอปพลิเคชัน อีเมล หรือช่องทางอื่นที่บริษัทกำหนด
11.3 วันที่มีผลบังคับใช้ของคำประกาศฉบับล่าสุดจะปรากฏอยู่ด้านบนของเอกสาร ทั้งนี้ การที่ท่านยังคงใช้งานแอปพลิเคชันภายหลังการแก้ไขมีผลใช้บังคับ ถือว่าท่านรับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
12. ช่องทางติดต่อเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
12.1 หากท่านมีคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือประสงค์ใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
บริษัท ที.เอ็น. ดิจิตอล โซลูชันส์ จำกัด
(T.N. Digital Solutions Co., Ltd.)
ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารรัจนาการ ชั้น 24 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
อีเมลสำหรับติดต่อทั่วไป : contact@treegal.law
อีเมลสำหรับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล : privacy@treegal.law
เบอร์โทรศัพท์ : (+66) 2343 9192
12.2 บริษัทจะดำเนินการพิจารณาและตอบกลับคำร้องขอหรือข้อร้องเรียนของท่านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ
12.3 หากท่านเห็นว่าบริษัทมิได้ดำเนินการตามคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
